เกมของเรา
รวมเกมให้เล่น

IQ Test
E- card
มุมสัตว์เลี้ยง
E- for Fun
นักประดิษฐ์
นักทดลอง
นักสะสม
นักเขียน
เข้าครัว
เทศกาล
นิทานออนไลน์
นิทานเริงใจ

คุณแม่ตั้งครรภ์
ดูแลลูก
เล่นกับลูก
พัฒนาการเด็ก
เข้าใจวัยรุ่น
ปรึกษาคุณหมอ
Gifted Child
มุมสบายของคุณแม่
ชื่ออะไรดี??
รวมลิ้งค์


Digital Photo Online Lab
Instant Online Solutions for You


Category: เทศกาล :: วัฒนธรรมประเพณีภาคเหนือ :: ประเพณีแข่งเรือล้านนา

ประเพณีแข่งเรือล้านนา
30 ธันวาคม 2546
Total Post : 30
  
        

ประเพณีแข่งเรือล้านนา

              ประเพณีแข่งเรือล้านนา จะถูกจัดขึ้น ณ ลำน้ำน่านทุกปี ในระยะหลังเทศกาลออกพรรษา ประมาณปลายเดือนตุลาคม หรือต้นเดือนพฤศจิกายน นอกจากเพื่อความสนุกสนานรื่นเริง และเพื่อเชื่อมความสามัคคีแล้ว ยังเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีการแข่งเรือแบบล้านนาในงานจะมีการแข่งขันเรือหลายประเภท คือ เรือใหญ่ เรือกลาง และเรือสวยงาม  โดยเรือที่เข้าแข่งขันทุกลำต้องแต่งหัวเรือเป็นรูปพญานาค เพื่อคงไว้ซึ่งเอกลัษณ์ของเรือแข่งจังหวัดน่าน นอกจากนั้นจะมีการตีฆ้อง ล่องน่าน-ตีตานแข่งเรือ ซึ่งเป็นประเพณีดั้งเดิมของจังหวัด

ความเห็นที่ 1 [203.151.140.* ]

ขอบคุณค่ะที่ชมภาคเหนือนะค่ะ
TOT
   [ 13/05/2005 11:54 ]



ความเห็นที่ 2 [202.129.21.* ]

ชอบมากค่ะ

คนสวยค่ะ
   [ 25/02/2006 22:36 ]



ความเห็นที่ 3 [58.147.95.* ]

ดีใจที่ได้เข้ามา

จุฑารัตน์ ปํญจขันธ์
   [ 6/07/2006 18:34 ]



ความเห็นที่ 4 [202.143.180.* ]

ดิฉันชอบผลงานของคุณมากค่ะ   

นางสาว จีรนัท ปัทมาวรรณ
   [ 25/09/2006 13:10 ]



ความเห็นที่ 5 [203.172.161.* ]
อยากแข่งด้วยจังเลย คงสนุกน่าดู   ขอคุณทุกคนมากค่ะที่เข้ามาดูขอบคุณจริงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ชฎาพร พรมพันธ์ใจ
   [ 6/02/2007 11:00 ]



ความเห็นที่ 6 [222.123.215.* ]

เนื้อหาเยอะอีกนิดจะดีมากคับ
เด็กเจียงฮาย
   [ 28/06/2007 20:15 ]



ความเห็นที่ 7 [125.24.40.* ]
jm
   [ 10/07/2007 17:58 ]



ความเห็นที่ 8 [61.19.121.* ]

เนื้อหาน้อยมากมากมากมากเลยค่ะ    ถ้ามีเยอะกว่านี้ก้อจะเป็นการดีมากค่ะดูแล้วมันไม่ค่อยน่าเชื่อถือค่ะ   แล้วก้อมีรูปด้วยจะดีมากมากเลยค่ะ

พี่คิงคอง.........
   [ 24/07/2007 16:24 ]



ความเห็นที่ 9 [203.146.63.* ]
ดี
ดารุนี เดพำหไก่
   [ 11/08/2007 23:17 ]



ความเห็นที่ 10 [125.26.167.* ]
สวยดี......................................................ประทับจัยนิดหนึ่ง
อาร์ตคับ
   [ 19/08/2007 16:10 ]



ความเห็นที่ 11 [58.9.56.* ]

ควย

พ้
   [ 20/09/2007 20:53 ]



ความเห็นที่ 12 [125.25.219.* ]

เป็นประเพณีที่สนุกมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ปอนดื
   [ 28/10/2007 13:16 ]



ความเห็นที่ 13 [203.172.252.* ]
ระพีวรรณ คุ้มครอง
   [ 29/11/2007 14:27 ]



ความเห็นที่ 14 [203.172.252.* ]

ถึงเนื้อหาน้อยแต่ก็มีสาระมักมาก
ระพีวรรณ คุ้มครอง
   [ 29/11/2007 14:31 ]



ความเห็นที่ 15 [125.27.60.* ]

เชิญดูภาพเรือของจังหวัดน่านนะครับ  มีไม่มากเด๋วหาได้จะหามาเพิ่ม

เด็กน่าน
   [ 8/12/2007 14:22 ]



ความเห็นที่ 16 [125.27.60.* ]

มีอีกครับผม
เด็กน่าน
   [ 8/12/2007 14:27 ]



ความเห็นที่ 17 [125.27.60.* ]

มีอีกๆ
เด็กน่าน
   [ 8/12/2007 14:31 ]



ความเห็นที่ 18 [125.27.60.* ]

ในความรู้สึกผม  ผมว่า  ประเพณีแข่งเรือ ของชาวจังหวัดน่าน  อยู่ในสายเลือดของคนจังหวัดน่าน  ปีๆหนึ่งต้องหมดเงินไปมากมาย  ในการสนับสนุน  ฝีพายทุกคน  ไม่ว่า  จะเป็น  อาหารการกิน   สินน้ำใจในการสนับสนุนลูกเรือทุกคน   แม้ว่าจะเป็นเงินแค่เล็กน้อย  แต่สำหรับคนน่านแล้ว  เงินเป็นแค่  ภายนอก  จิตวิญญาณของที่แท้จริงแล้ว  คือ  ความภูมิใจของทุกคนที่ได้นั่งอยู่บนเรือลำหนึ่งและได้ร่วมการแข่งขัน  ในประเพณีที่มีมาตั้งแต่สมัยรุ่น  ปู่  ย่า  ตา  ยาย  ความภูมินี้ยังคงฝังอยู่ในจิตใจของลูกหลานชาวน่าน  ที่เป็นผู้สืบทอด  ประเพณีแข่งเรือ ให้อยู่กับชาวจังหวัดน่านไปนานแสนนาน  ดั่งที่ผ่านมาทางเทศบาลเมืองน่านได้จัดการแข่งขัน  ประเพณีแข่งเรือเยาวชน  สังเกตได้ว่า  เรือทุกลำจะเป็นน้องๆเยาวชนทั้งนั้น  ทุกบ้านที่มีเรือแข่งก็ได้ทำการจัดฝีพายที่เป็นเยาวชน  ที่มีอายุไม่เกิน  20  ปี  ให้เข้าร่วมการแข่งขันโดยมีผู้ใหญ่ควบคุม  เรือ  ประมาณ  2-3  คน  เพื่อความปลอดภัยของเยาวชนทุกคน  สายน้ำแห่งนี้  มีความทรงจำที่ดี  ที่บรรพบุรุษของเรา  ปู่ย่า  ตา  ยาย  ของเรา  เคยนำเรือเข้าร่วมแข่งขัน    ถึงแม้จะมีรางวัลไม่มากมายสักเท่าไหร่  แต่ด้วยความรัก   ความสามัคคี  ภายในชุมชนหรือท้องถิ่น  ถิ่นเกิดของตัวเองทำให้เกิด  การแข่งขันระหว่างหมู่บ้านต่อหมู่บ้านแม้ขนาดอยู่ตำบลเดียวกันยังเป็นคู่แข่งกันได้  บนน้ำคือ  ศัตรู  พอขึ้นฝั่งคือพี่น้อง  ไม่มีความเกลียดชังกัน  นี่คือสิ่งที่บ่งบอกถึง  ความสามัคคี  ทุกวันนี้  ผมก็เป็นคนหนึ่ง  ที่ได้สืบทอดประเพณีที่ดีงามของจังหวัด  ผมภูมิใจที่บ้านผมมีเรือแข่ง  ภูมิใจที่จังหวัดผมมีเรือแข่งที่มีเอกลักษณ์  หัวเรือ ที่ไม่มีใครเหมือน  ผมรับรองได้ว่าเรือบ้านผมเป็นเอกลักาณ์ที่  มีแค่  1  เดียวในโลก  และไม่มีใครเหมือน  และเป็นจังหวัดที่มีเรือแข่งเข้าร่วมแข่งขันมากที่สุดในประเทศ  ถึงตอนนี้ที่ผมรู้  ก็ประมาณ  160  กว่าลำไปแล้ว  แล้วตอนนี้ยังมีบ้านที่เขาไม่เคยมีเรือ  แล้วต้องการมีเรืออีกมาก  และ  บ้านที่มีเรืออยู่แล้ว  ยังจะขุดเรือขึ้นมาอีกมาก  ผมคิดว่าอีกประมาณ  2  ปี  เรือแข่งของจังหวัดน่าน  เกิน 200  ลำแน่นอน  สุดท้ายนี้  ผมขอเชิญชวน  พ่อแม่  พี่  น้อง  ต่างจังหวัดที่ได้อ่าน  ข้อความนี้  ลองมาเที่ยวประเพณีแข่งเรือจังหวัดน่านบ้าน  ผมรับรองว่าคนจังหวัดน่าน  จะต้อนรับเป็นอย่างดี   ประเพณีแข่งเรือของจังหวัดน่านจะเริ่มตั้งแต่  เดือน  กันยายน  ถึง  พฤศจิกายน  ของทุกปี  หรือ  หน้าฝน  

                                                   

เด็กน่าน
   [ 8/12/2007 20:01 ]



ความเห็นที่ 19 [124.157.164.* ]

ประวัติเรือเทพเทียนทอง   บ้านสบสาย

เรือเทพเทียนทองเดิมเป็นเรือของ วัดทุ่งธาตุ  ตำบลทุ่งธาตุ  อำเภอโพนพิสัย

 จังหวัดหนองคายเป็นเรือเก่าแก่ มีลวดลายสวยงาม ขุดจากไม้ตะเคียนทอง ยาว 11 วา 3 ศอก พ.. 2535 ได้ขายให้กับ ชาวบ้านหนองบัวทอง ตำบลหนองบัวดง กิ่งอำเภอศิลาลาด

จังหวัดศรีสะเกศ ในราคา 78,000  .. 2548 ชาวบ้านสบสาย หมู่ที่ 4 ตำบลตาลชุม

อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ได้ขอซื้อจากบ้านหนองบัวทอง จังหวัดศรีสะเกศ

ในราคา 163,000 บาท โดยการนำของผู้ใหญ่นัก  ปะมะ และคณะกรรมการหมู่บ้านสบสาย นำมาปรับปรุงใหม่โดย ช่างโรจน์  ทิพย์ไชโย ยาว 12 วา 3 ศอก 9 นิ้ว เป็นประเภทเรือกลาง แล้วใช้ชื่อว่า เทพเทียนทอง

ประวัติเรือเจ้าหลวงพญาแก้ว  บ้านสบสาย

    เรือเทพพญาแก้ว ได้ขุดเมื่อวันที่  7 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2550  ขุดจากไม้มะม่วงทั้งต้น

ยาว 12 วา 3 ศอก 9 นิ้ว  ประเภทเรือกลาง  เนื่องจากได้นำไม้มะม่วงจากดงเจ้าหลวง

พญาแก้วเจ้าหลวงของบ้านสบสาย มาขุดเรือ จึงตั้งชื่อว่า เรือเจ้าหลวงพญาแก้ว เพื่อเป็นสิริมงคลและแสดงความเคารพต่อเจ้าหลวงซึ่งเป็นบรรพบุรุษผู้นำในอดีต  ชาวบ้านสบสายได้ร่วมกันบริจาคทรัพย์ในการขุดเรือลำนี้ ขุดโดยช่างโรจน์   ทิพย์ไชยโย โดยการนำของ

ท่านผู้ใหญ่นัก  ปะมะ ผู้ใหญ่บ้านสบสาย พร้อมคณะกรรมการหมู่บ้านสบสาย และเกิดจากการร่วมไม้ร่วมมือของ ผู้สูงอายุ พ่อบ้าน แม่บ้าน และเยาวชนของบ้านสบสายทุกคน จึงทำให้เรือลำที่สองของบ้านสบสายเกิดขึ้นและสำเร็จด้วยดี

เด็กสบสาย
   [ 5/01/2008 09:33 ]



ความเห็นที่ 20 [124.157.164.* ]

งานแข่งเรืออำเภอท่าวังผา  สบสาย ส่งเรือร่วมแข่ง ทั้ง 2ลำ คือทเพเทียนทองกับเจ้าหลวงพญาแก้ว
หนุ่มสบสาย
   [ 5/01/2008 09:36 ]



ความเห็นที่ 21 [124.157.164.* ]

รูปภาพเรือบ้านสบสาย และกิจกรรมโรงเรียนสารธรรมวิทยาคาร
วานิต
   [ 5/01/2008 09:41 ]



ความเห็นที่ 22 [125.25.219.* ]

ประวัติหมู่บ้านสบสาย

ที่ตั้ง

              บ้านสบสาย  ตั้งอยู่ หมู่ที่   4  ตำบลตาลชุม  อำเภอท่าวังผา  จังหวัดน่าน  อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอท่าวังผาทางทิศใต้ ประมาณ  10  กิโลเมตร  และอยู่ห่างจากตัวจังหวัดน่าน  ประมาณ  32  กิโลเมตร

ประวัติความเป็นมา

             บ้านสบสายเป็นบ้านที่เก่าแก่  ชาวบ้านสบสายสืบเชื้อสายมาจาก ลาวจังกราช หรือ ลาวจกราช  ซึ่งบรรพบุรุษอพยพมาจากทางตอนเหนือ  สันนิษฐานว่าเป็นบริเวณเชียงแสน ประมาณช่วง จุลศักราช 1009 ตัว  ประมาณ  .. 2280 โดยการนำของ พญาแก้ว เจ้าหมวกคำ และไพร่พลมาตั้งถิ่นฐานอยู่ทางทิศตะวันออกของแม่น้ำน่าน  ได้สู้รบกับม่าน (พม่า) และขับไล่หนีไปจนหมด  แล้วตั้งถิ่นฐานและทำมาหากินอยู่ตรงนั้น ต่อมาได้ตั้งชื่อว่า ชัยพรม เมื่อสิ้นสมัย พญาแก้วแล้วต่อมา .. 2311 ได้ร่วมกันสร้างวัดขึ้น บริเวณที่ตั้งหมู่บ้านเป็นดงตาล จึงตั้งชื่อวัดตาลชุมแล้วตั้งชื่อหมู่บ้านเป็นบ้านตาลชุม  มีเจ้าปู่ลังกาเป็นผู้ปกครอง   ต่อมา . . 2390 สมัย เจ้าหนานนนท์  เป็นผู้ปกครอง

หมู่บ้านได้ขยายเป็นชุมชนใหญ่ขึ้นและที่ทำกินมีน้อย ชาวบ้านส่วนหนึ่งจึงอพยพย้ายมาอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำน่าน ( บ้านสบสายปัจจุบัน ) โดยการนำของพ่ออุ้ยน้อยยศ  และพ่อเฒ่าตาขาหวายเป็นที่ราบเชิงเขาซึ่งมีป่าที่สมบูรณ์มีที่ทำกินกว้างขวางจึงตั้งบ้านอยู่ตรงบริเวณนั้น แล้วตั้งชื่อหมู่บ้านว่า บ้านดอนชัย  เนื่องจาก ชาวบ้านดอนชัยย้ายมาจากบ้านตาลชุมจึงใช้วัดตาลชุมเป็นสถานที่ประกอบพีธีทางศาสนาเหมือนเดิมยังไม่สร้างวัดใหม่ เป็นเวลานานหลายสิบปี  สมัยต่อมามี ขุนวิเชษฐ์  ตาลชุม เป็นผู้ปกครอง มีผู้คนจากบ้านสบหนอง บ้านปงย้ายมาสมทบจนเป็นชุมชนขยายใหญ่ขึ้น

  พ.ศ. 2464 มีพระราชกิจจาเป็นผู้ปกครอง  ชาวบ้านเรียกว่า พญาราช มีนายแก้ว   คำเรืองเป็นผู้ใหญ่บ้าน เนื่องจากชาวบ้านดอนชัยต้องเดินทางด้วยความลำบากข้ามแม่น้ำน่านไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดตาลชุมเป็นเวลานาน  เจ้าปู่มงคล ภิกษุเจ้าวัดตาลชุม และนายแก้ว  คำเรือง  ผู้ใหญ่บ้านดอนชัยได้ร่วมกับชาวบ้านสร้างวัดขึ้น  และตั้งชื่อเป็นวัดดอนชัย  ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อหมู่บ้านเป็นบ้านน้ำสาย ตามชื่อของลำน้ำที่ไหลผ่านทางทิศใต้ของหมู่บ้าน ได้ใช้ชื่อบ้านน้ำสายมาจนถึง  .. 2482 ทางการได้เปลี่ยนชื่อจากบ้านน้ำสายเป็นชื่อบ้านสบสาย ตามลักษณะที่ลำน้ำสายไหลมาบรรจบ หรือ ประสบ กับแม่น้ำน่าน และกำหนดให้ใช้อย่างเป็นทางการ  เป็นบ้านสบสาย หมู่ที่ 10 ตำบลตาลชุม  อำเภอปัว จังหวัดน่าน เมื่อแยกตำบลตาลชุมออกเป็นตำบลศรีภูมิ บ้านสบสายจึงเป็นหมู่ที่ 4  ตำบลตาลชุม อำเภอปัว  เมื่อทางการได้แยกอำเภอปัวเป็นอำเภอท่าวังผา  จึงเป็น บ้านสบสาย หมู่ที่ 4 ตำบลตาลชุม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน จนถึงปัจจุบัน                                                           

สภาพภูมิศาสตร์

อาณาเขต   

ทิศเหนือ         ติดต่อ  บ้านนาไฮ  ตำบลศรีภูมิ  อำเภอท่าวังผา  จังหวัดน่าน

          ทิศใต้             ติดต่อ  บ้านผาขวาง ตำบลบ่อ อำเภอเมืองน่าน

          ทิศตะวันออก    ติดต่อ  แม่น้ำน่าน

          ทิศตะวันตก      ติดต่อ  บ้านห้วยธนู ตำบลตาลชุม  อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน

สภาพภูมิประเทศ

บ้านสบสายมีสภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มริมแม่น้ำและที่ราบลุ่มเชิงเขา  มีแม่น้ำน่านและลำน้ำสายไหลผ่าน  มีป่าไม้  ทุ่งนาที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเกษตรทำนาเพาะปลูก

สภาพภูมิอากาศ

บ้านสบสายมีลักษณะภูมิอากาศแบบร้อนชื้น  อากาศปลอดโปร่งปราศจากมลพิษ  มีทัศนียภาพที่สวยงามตามฤดูกาล  ฤดูร้อนอากาศค่อนข้างร้อน  ฤดูฝน ฝนตกชุกทุ่งนาสวยงาม  ฤดูหนาวอากาศหนาวจัด มีป่าไม้ชุมชนเป็นแหล่งธรรมชาติที่ช่วยเกื้อบรรยากาศ

การคมนาคมสื่อสาร

บ้านสบสายเป็นหมู่บ้านที่มีเส้นทางการคมนาคมสะดวกสบายมีถนนลาดยางตัดผ่านหมู่บ้านคือถนนสาย  บ้านสบสาย – เชียงแล บ้านสบสายตั้งอยู่หลักกิโลเมตรที่ 2 และเชื่อมต่อกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข  1080 สายน่าน – ทุ่งช้าง  ภายในหมู่บ้านมีถนนเทคอนกรีตโดยรอบมีรถโดยสารจากบ้าน ควัะ – น่าน ผ่านทุกวัน

การสื่อสาร

บ้านสบสายมีที่ทำการไปรษณีย์ประจำหมู่บ้าน  โทรศัพท์สาธารณะ 3 แห่ง

 

การสาธารณูปโภค

มีไฟฟ้าส่วนภูมิภาค  ประปาประจำหมู่บ้าน 2 แห่ง มีสถานีอนามัยบ้านสบสาย บริการ

อาชีพและรายได้ / ปี

บ้านสบสายเป็นหมู่บ้านที่ค่อนข้างสมบูรณ์  ดินดี  น้ำมีตลอดปี  อาชีพส่วนใหญ่จึงมุ่งเน้นไปด้านการเกษตร  ทำไร่  ทำสวน   อาทิยาสูบ  สาวนส้ม  ถั่วลิสง  พืชผักสวนครัว  สวนลำไย  สวนลิ้นจี่  รายได้จึงมาจากการขายผลผลิตด้านการเกษตรกรรมเป็นหลัก

ศาสนา  วัฒนธรรมประเพณี

ศาสนา

ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ  มีความเชื่อทางไสยศาสตร์และพิธีกรรมต่างๆ  เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ  อาทิ  การทำบุญตักบาตร  การสะเดาะเคราะห์  การเข้าทรง  การเลี้ยงผีปู่ย่า  การสู่ขวัญ  การสืบชะตา  การเลี้ยงเจ้าหลวงดง  การส่งสะปะขึด  การเลี้ยงเจ้าที่

 

 

วัฒนธรรมในการแต่งกาย

โดยประเพณีผู้ชายใส่เสื้อแขนกระบอก กางเกงสะดอ  ( เตี่ยวสามดูก ) ผู้หญิงใส่เสื้อแขนกระบอกยาว สวมผ้าถุงสีดำหรือสีคราม  หากมีงานนิยมใส่ผ้าซิ่นม่าน  ผ้าลายน้ำไหล  ผ้าทอพื้นเมือง 

ภาษาพูด

ส่วนใหญ่พูดคำเมือง  ( ภาษาถิ่น ) ส่วนภาษาเขียนเดิมใช้อักษรธรรมล้านนา ( ตั๋วเมือง ) ปัจจุบันใช้ภาษาไทยกลางในการสื่อสาร  ด้านอักษรธรรมล้านนา ปัจจุบัน มี นายวานิต  คำเรือง เป็นผู้สืบทอด

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

การทำและการเล่นดนตรีพื้นเมือง เป็นศิลปหัตถกรรมของชาวบ้านสบสาย  การจักสานรูปแบบต่างๆ การขับซอ พื้นเมือง ( ซอล่องน่าน ) การขับจ้อย  การฟ้อนล่องน่านและ ฟ้อนพื้นเมือง  การตีกลองพื้นเมืองน่าน  ซึ่งมีการถ่ายทอดมาแต่โบราณซึ่งในบ้านสบสาย มี นายวานิต  คำเรือง   นายคำตัน   คำเรืองเป็นผู้นำในการสืบทอดและเผยแพร่

ประเพณีการแข่งเรือยาว

เนื่องจากบ้านสบสายติดกับแม่น้ำน่าน จึงมีความผูกพันกับสายน้ำน่านมาก ชาวบ้านได้ร่วมกัน บริจากทรัพย์ ทำเรือแข่ง (เรือยาว) จำนวน 2 ลำ ร่วมแข่งขันกับชุมชนอื่นๆ ในจังหวัดน่าน และในงานทานสลากภัตโดยเรือมีลักษณะ เป็นเรือยาว มีความยาว 12 วา 3  ศอก  9 นิ้ว ชื่อเรือ เทพเทียนทอง และ เรือเจ้าหลวงพญาแก้ว บ้านสบสาย  มีหัว(หัวโอ้ )และหาง (หางวรรณ) ของเรือแข่งเป็นรูป

พญานาคราช เพราะเชื่อว่าเรือเป็นเสมือนพญานาค ถ้าลงน้ำแล้วจะบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล มักจะมีการแข่งขันในช่วง เดือน กันยายน – เดือน พฤศจิกายน หลังฤดูกาลเก็บเกี่ยวการเกษตร มีการแห่เรือ  และการสู่ขวัญ สืบชะตาเรือ

ประชากร

            บ้านสบสายมี 188 หลังคาเรือน 191 ครอบครัว มีประชากรทั้งหมด

จำนวน 671 คน  เป็นชาย 340 คน เป็นหญิง 331 คน มีอาสาสมัครสาธารณสุขจำนวน  23 คน  มีวัดทางศาสนาพุทธ 1 แห่ง มีโรงเรียนประถมศึกษา 1 แห่ง มีสถานีอนามัยประจำหมู่บ้าน 1 แห่ง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน 1 แห่ง

โดยวานิต คำเรือง
   [ 5/01/2008 09:47 ]



ความเห็นที่ 23 [125.25.219.* ]

วัดดอนชัย (วัดสบสาย )     

ที่ตั้ง      เลขที่ 44 หมู่ที่ 4 ตำบลตาลชุม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน

ประวัติความเป็นมา

วัดดอนชัยตั้งอยู่เลขที่  ๔๔  หมู่ที่ ๔ ตำบลตาลชุม  อำเภอท่าวังผา  จังหวัดน่าน  สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๑ ไร่ ๑ งาน ๑๕ ตารางวา อาณาเขตทิศเหนือจดที่ดินเอกชน ทิศใต้จดซอยแสงเทียน ทิศตะวันออกจดที่ดินเอกชน ทิศตะวันตกจดที่ดินเอกชน อาคารเสนาสนะประกอบด้วยวิหาร  กุฏิ  และหอกลอง  ปูชนียวัตถุ

มีพระพุทธรูป  ก่อนปี พ.ศ. ๒๔๗๔ ชาวบ้านสบสายซึ่งนับถือศาสนาพุทธ

เมื่อมีกิจกรรมทางศาสนาและประเพณีทางศาสนาต้องเดินทางด้วยความยากลำบาก

ข้ามแม่น้ำน่านไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดตาลชุม และวัดบ้านปง เป็นเวลานาน จนถึง พ.ศ. ๒๔๗๔ เจ้าปู่มงคล ภิกษุเจ้าวัดตาลชุม (เป็นน้องของพ่ออุ้ยน้อยยศ  คำเรือง) พร้อมกับนายแก้ว   คำเรือง  ผู้ใหญ่บ้านสบสายได้ร่วมกับชาวบ้านสร้างวัดขึ้น

ใน วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๔ บริเวณทิศเหนือหาดทรายขาว  สร้างเสนาสนะด้วยไม้ทั้งหมด  ตั้งชื่อว่า วัดดอนชัย ตามชื่อของหมู่บ้าน ต่อมาได้สร้างเสนาสนะจนครบสมบูรณ์ถาวร จึงได้ขออนุญาตตั้งวัดและจดทะเบียนกับกรมศาสนา ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ในวันที่ ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๑  ต่อมาเนื่องจากวัดถูกน้ำท่วมบ่อยจึงย้ายวัดไปตั้ง ณ ที่ใหม่ทางทิศตะวันตก (วัดดอนชัยปัจจุบัน) ห่างจากที่ตั้งวัดเดิม ๑๐๐ เมตร  ใน พ.ศ. ๒๕๐๘ โดยเอาที่ดินวัดเดิมแลกกับที่ดินของ นายผาย ปัญญา เพื่อสร้างวัดใหม่สร้างเสนาสนะด้วยอิฐถือปูน โดยมี หลวงลุงประจักร์   สุธัมโม วัดจักรวรรณ

หรือ วัดป่าเมี่ยง เป็นช่างผู้สร้าง (สล่าเก้า) การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาสปกครอง คือ พระมงกน (เจ้าปู่มงคล) พระกัณฑเนตร  พระรัตน์  พระแสวง  พระผาย  บุญฺสโร  พระจื่น   พระอินทอง   พระอินสม      พระจำรัส  สารโท 

พระวิรัตน์  อรุโณ   พระสว่าง  โชติมนฺโต   พระศิลป์  ภทฺทโก   พระอดุลย์  อภิญฺโญ   พระสกล  ฐานฺฐตฺโต   พระนันทะ  อนนฺโท   พระณรงค์เดช  ฐานกโร (รักษาการแทนเจ้าอาวาส)

ผู้บันทึกเรียบเรียง นายวานิต   คำเรือง วันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๘

แหล่งข้อมูลอ้างอิง ผู้สูงอายุบ้านสบสาย จารึกฐานพระพุทธรูปวัดดอนชัย บันทึกวัดดอนชัย หนังสือประวัติวัดทั่วราชอาณาจักรเล่ม ๘ กองพุทธศาสนา กรมศาสนา

และจากการสอบถามบันทึกความทรงจำ ของแม่อุ้ยคำ  ต๊ะวิชัย    พ่ออุ้ยถา  คำต่ง 

พ่อคำตัน  คำเรือง    แม่แก้ว  คำหว่าง

ป่าชุมชน ( ดงเจ้าบ้าน )

เป็นป่าไม้ที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่ชาวบ้านร่วมกันอนุรักษ์เพื่อให้เป็นมรดกของหมู่บ้าน  เป็นที่ตั้งศาลเจ้าหลวงของหมู่บ้าน  มีพื้นที่ประมาณ 25-30 ไร่ประกอบด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด และพันธุ์ไม้ที่หายาก บรรยากาศร่มรื่น เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ของชุมชน สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ฝายน้ำสาย

ฝายน้ำสายเป็นที่กักเก็บน้ำเพื่อการเกษตร โดยส่งผ่านลำเหมือง และเป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์ปลาของหมู่บ้านสบสาย มีบริเวณที่กว้างขวางพอสมควร มีน้ำตลอดปี ใสสะอาดร่มรื่น เหมาะเป็นสถานที่พักผ่อนชมธรรมชาติ

ประวัติ  เรือเทพเทียนทอง***เรือเจ้าหลวงพญาแก้ว บ้านสบสาย

ประวัติเรือเทพเทียนทอง   บ้านสบสาย

เรือเทพเทียนทองเดิมเป็นเรือของ วัดทุ่งธาตุ  ตำบลทุ่งธาตุ  อำเภอโพนพิสัย

 จังหวัดหนองคายเป็นเรือเก่าแก่ มีลวดลายสวยงาม ขุดจากไม้ตะเคียนทอง ยาว 11 วา 3 ศอก พ.. 2535 ได้ขายให้กับ ชาวบ้านหนองบัวทอง ตำบลหนองบัวดง กิ่งอำเภอศิลาลาด

จังหวัดศรีสะเกศ ในราคา 78,000  .. 2548 ชาวบ้านสบสาย หมู่ที่ 4 ตำบลตาลชุม

อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ได้ขอซื้อจากบ้านหนองบัวทอง จังหวัดศรีสะเกศ

ในราคา 163,000 บาท โดยการนำของผู้ใหญ่นัก  ปะมะ และคณะกรรมการหมู่บ้านสบสาย นำมาปรับปรุงใหม่โดย ช่างโรจน์  ทิพย์ไชโย ยาว 12 วา 3 ศอก 9 นิ้ว เป็นประเภทเรือกลาง แล้วใช้ชื่อว่า เทพเทียนทอง

ประวัติเรือเจ้าหลวงพญาแก้ว  บ้านสบสาย

    เรือเทพพญาแก้ว ได้ขุดเมื่อวันที่  7 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2550  ขุดจากไม้มะม่วงทั้งต้น

ยาว 12 วา 3 ศอก 9 นิ้ว  ประเภทเรือกลาง  เนื่องจากได้นำไม้มะม่วงจากดงเจ้าหลวง

พญาแก้วเจ้าหลวงของบ้านสบสาย มาขุดเรือ จึงตั้งชื่อว่า เรือเจ้าหลวงพญาแก้ว เพื่อเป็นสิริมงคลและแสดงความเคารพต่อเจ้าหลวงซึ่งเป็นบรรพบุรุษผู้นำในอดีต  ชาวบ้านสบสายได้ร่วมกันบริจาคทรัพย์ในการขุดเรือลำนี้ ขุดโดยช่างโรจน์   ทิพย์ไชยโย โดยการนำของ

ท่านผู้ใหญ่นัก  ปะมะ ผู้ใหญ่บ้านสบสาย พร้อมคณะกรรมการหมู่บ้านสบสาย และเกิดจากการร่วมไม้ร่วมมือของ ผู้สูงอายุ พ่อบ้าน แม่บ้าน และเยาวชนของบ้านสบสายทุกคน จึงทำให้เรือลำที่สองของบ้านสบสายเกิดขึ้นและสำเร็จด้วยดี

สถานีอนามัยบ้านสบสาย

 

ประวัติความเป็นมา

  สถานีอนามัยบ้านสบสายได้รับงบประมาณดำเนินการก่อสร้าง แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2543 

ณ บ้านสบสาย  หมู่ที่ 4 ตำบลตาลชุม  อำเภอท่าวังผา  จังหวัดน่าน ซึ่งได้รับการบริจาคที่ดินจาก นายมาลัย   หน่อท้าว อดีตผู้ใหญ่บ้าน  บ้านสบสาย จำนวน 2 ไร่ 2 งาน โดยแยกเขตบริการออกจาก สถานีอนามัยตำบลตาลชุม มีเขตรับผิดชอบจำนวน 3 หมูบ้าน   

คือ บ้านสบสาย หมู่ที่ 4   บ้านน้ำป้าก หมู่ที่ 7   บ้านห้วยธนู หมู่ที่ 9 เริ่มเปิดบริการตั้งแต่ วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2543 เป็นต้นมา

ประวัติโรงเรียนบ้านสบสาย

โรงเรียนบ้านสบสาย ตั้งอยู่ในเขตบ้านสบสาย หมู่ที่ 4 ตำบลตาลชุม อำเภอท่าวังผา

จังหวัดน่าน โดยการริเริ่มของนายผาย ปัญญา ผู้ใหญ่บ้านสบสายและนายวัชรินทร์  นันท์ชัย

ประธานกลุ่มครู ตำบลตาลชุม ได้ขออนุญาตจากทางราชการตั้งเป็นโรงเรียนชั่วคราว  เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2503 โดยเป็นโรงเรียนสาขาของโรงเรียนบ้านตาลชุม  ทางราชการได้ส่งนายเหรียญ  สุปินะ ครูโรงเรียนบ้านคัวะ มาทำการสอนเป็นเวลา 1 ปี  ต่อมาในเดือน

กรกฎาคม พ.ศ.2504 จึงได้รับอนุญาตจากทางราชการให้ตั้งเป็นโรงเรียนเอกเทศขึ้น ทางราชการ ได้แต่งตั้ง นายศรีจันทร์  มะลิ ครูโรงเรียนบ้านสบหนองมารักษาการแทนครูใหญ่ มีนักเรียนในปีการศึกษานั้น 31 คน ในปี พ.ศ. 2505 อาคารเรียนชั่วคราวหลังเก่าได้ชำรุด  ราษฎรในหมู่บ้านสบสายจึงพร้อมใจกันบริจาคทรัพย์ส่วนตัวปลูกสร้างอาคารเรียนชนิดถาวรหลังคามุงสังกะสี ฝาไม้กระดาน พื้นเทคอนกรีตแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ.2507

ในปี พ.ศ.2511 ทางราชการได้จัดงบประมาณซ่อมแซมต่อเติมอาคารเรียนอีกเป็นเงินจำนวน 6,000 บาท โดยต่อเติมเพดานซ่อมแซมหลังคา

ในปี พ.ศ. 2517 ทางราชการได้จัดงบประมาณสร้างบ้านพักครูให้อีก 1 หลัง แบบ นน. 08 ราคา 25,000 บาท มีนายสนิท  สิทธิ เป็นครูใหญ่

 ในปี พ.ศ.2519 ทางราชการได้จัดงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนถาวร แบบ ป.1 ข ขนาด 3 ห้องเรียน 1 หลังเป็นเงิน 250,000 บาทแล้วเสร็จปี พ.ศ.2521

ในปี พ.ศ.2521 โรงเรียนได้รับอนุญาตให้เปิดขยายชั้นเรียนจากการเปิดสอน ระดับ ป.1 – ป.4 โดยได้รับอนุญาตให้เปิดขยายชั้นเรียน ป.5 และ ป.6 ในปีการศึกษานี้ทางราชการได้จัดงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนเพิ่มอีก 1 หลัง แบบ ป.1 ฉ ไม้ใต้ถุนสูง ขนาด 2 ห้องเรียน เป็นเงิน 180,000 บาท

ในปี พ.ศ.2523 ได้รับงบประมาณต่อเติมอาคารเรียนแบบ ป.1 ฉ ชั้นล่างอีก 2 ห้องเรียน เป็นเงิน 80,000 บาท ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2523 รวมเป็นเงินค่าก่อสร้างทั้งสิ้น 260,000 บาท  ในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2523นี้ โรงเรียนได้โอนสังกัดจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ไปสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ มีนักเรียนทั้งสิ้น 93 คน ครู 9 คน

มีนายประพัฒน์   ชื่นวรารักษ์เป็นครูใหญ่ ในปี พ.ศ.2528 นายประพัฒน์   ชื่นวรารักษ์ ได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งครูใหญ่ ทางราชการได้แต่งตั้งให้นายอินผ่อง   สุนทร มาดำรงตำแหน่งครูใหญ่ และโรงเรียนได้รับอนุญาตให้เปิดสอนชั้นเด็กเล็กและได้รับงบประมาณสร้างอาคารอเนกประสงค์ แบบ สปช.202/26  1 หลัง งบประมาณ 180,000 บาทได้รับจัดสรรอัตราจ้างประจำตำแหน่งภารโรง 1 อัตรา ในปีการศึกษา 2529 สปจ.น่าน ได้มีคำสั่งให้

นายอินผ่อง   สุนทรย้ายไปดำรงตำแหน่งครูใหญ่โรงเรียนศรีภูมิวิทยา และแต่งตั้งให้

นายคำนึง   กุลสุทธิ์ มาดำรงตำแหน่งแทน เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2530 

            ในปี พ.ศ.2530ได้รับความอนุเคราะห์จาก นายแก้ว  มังคละผู้ใหญ่บ้านสบสายบริจาคทรัพย์สร้างซุ้มพระพุทธรูป 3,500 บาท ได้รับอนุเคราะห์ ค่าจ้างครูสอนเด็กเล็กจากหน่วยพัฒนาต้นน้ำที่ 27 อีก 1 คน ได้จ้างน.ส. ทิพย์วัลย์  อติไชย เป็นครูสอน ปีการศึกษา 2531 คณะครู ภารโรง กรรมการสถานศึกษา และราษฎรบ้านสบสายได้ร่วมกันบริจาคเงิน 15,000 บาท สมทบก่อสร้างห้องสมุดเป็นเอกเทศแล้วเสร็จปี 2532  และปีนี้  ร.พ.ช.น่านได้สร้างถังเก็บน้ำฝนและทางราชการจัดสรรงบสร้างห้องน้ำ 2 ห้อง และถังเก็นน้ำฝนเพิ่มอีกแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2533

โบราณวัตถุ

พระพุทธรูปไม้แกะสลัก เป็นพระพุทธรูปที่เก่าแก่อายุหลายร้อยปีสร้างประมาณช่วง พุทธศตวรรษที่ 20 เป็นศิลปะที่งดงาม ศิลปะล้านนา ฝีมือช่างเมืองน่าน แกะจากไม้มงคลเนื้อแข็ง จากการจารึกเป็นอักษรธรรมล้านนาที่ฐานพระพุทธรูปได้แปลเป็นภาษาไทย ว่า พระพุทธรูปสร้างขึ้น ใน ปี พ.ศ.2313 ,พ.ศ.2320 ,พ.ศ.2418  มีจนถึง

พ.ศ.2474 และ พ.ศ.2475 เป็นพระคู่บ้านสบสายตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษสืบมาจนถึงปัจจุบัน

ข้อมูลอ้างอิง

ผู้ใหญ่บ้านสบสาย

คณะครู อาจารย์ โรงเรียนบ้านสบสาย

ผู้สูงอายุบ้านสบสาย

บันทึกทำเนียบพระภิกษุสามเณรวัดดอนชัยบ้านสบสาย

จารึกฐานพระพุทธรูป วัดดอนชัยบ้านสบสาย

ประวัติวัดทั่วราชอาณาจักรเล่ม 8 กองพุทธศาสนสถาน กรมศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ

รวบรวมและเรียบเรียงโดย นายวานิต   คำเรือง ประธานชมรมวัฒนธรรมบ้านสบสาย

                                                                          ตำบลตาลชุม อำเภอท่าวัง จังหวัดน่าน

ว.คำเรือง
   [ 5/01/2008 09:51 ]



ความเห็นที่ 24 [61.19.231.* ]

น่าภาคภูมิใจจังที่ได้เกิดเป็นคนเมืองน่าน มีประเพณีที่สืบทอดกันมานาน ในฐานะเยาวชนก็จะขออนุรักษืและสืบสานตำนานเรือแข่งนี้ต่อไป รวมถึงจะเผยแผ่ตำนานนี้สืบไปเจ้า

 

 

สาวน่าน

กรรณิกา คำเฝ้า
   [ 17/01/2008 18:03 ]



ความเห็นที่ 25 [202.143.131.* ]
เจอบุญเรียบแล้วหนาว
ตุ๊พิงค์
   [ 27/06/2008 13:20 ]



ความเห็นที่ 26 [125.25.210.* ]

ความเห็นที่ 28 [202.143.131.* ]
เจอบุญเรียบแล้วหนาว
ตุ๊พิงค์
   [ 15/08/2008 11:04 ]



ความเห็นที่ 27 [125.25.210.* ]

 
ความเห็นที่ 28 [202.143.131.* ]
เจอบุญเรียบแล้วหนาว
ตุ๊พิงค์
   [ 15/08/2008 11:11 ]



ความเห็นที่ 28 [222.123.171.* ]

เจอลำนี้แล้วเป๋นใดพ่อง พี่น้อง แก้นอึ้กแก้นอ้ากแล้วก้าปี๋นี้ ลำใดก้อดายน้อ เต้กลำนี้ตึ้งบ่แป้ 555+++
ลูกทรายทอง
   [ 28/10/2008 23:22 ]



ความเห็นที่ 29 [222.123.171.* ]

เจอลำนี้แล้วเป๋นใดพ่อง พี่น้อง แก้นอึ้กแก้นอ้ากแล้วก้าปี๋นี้ ลำใดก้อดายน้อ เต้กลำนี้ตึ้งบ่แป้ 555+++ "ชัดเจน ก่อครับ ผ่อฮูปนี้แล้ว กระจ่างชัดเจนก่อครับพี่น้อง"
ลูกทรายทอง
   [ 28/10/2008 23:28 ]



ความเห็นที่ 30 [222.123.78.* ]
เก่งมากเลยหนุ่ม
เก่ง
   [ 11/09/2009 21:17 ]


ชื่อ-นามสกุล *
อีเมล์
รายละเอียด
รูปประกอบ
 


หัวข้อในกลุ่มนี้
ประเพณีบวชลูกแก้ว จ.แม่ฮ่องสอน [ 13806 ]
ประเพณีแห่สลุงหลวง [ 11115 ]
ประเพณีลอยโคม [ 23730 ]
ประเพณีรดน้ำดำหัว [ 16249 ]
ประเพณีบายศรีสู่ขวัญ [ 14310 ]
ประเพณีปอยส่างลอง [ 75021 ]
ประเพณียี่เป็ง [ 23201 ]
ประเพณีเลี้ยงผี [ 15487 ]
ประเพณีบูชาอินทขีล [ 11279 ]
ประเพณีแข่งเรือล้านนา [ 22283 ]
ประเพณีสรงน้ำพระบรมธาตุหริภุญชัย [ 18168 ]
 
Editor Choice..

หนังสือชุด วัฒนธรรมไทย เรื่อง การละเล่น
หนังสือชุด วัฒนธรรมไทย เรื่อง การละเล่น

หนังสือสัมผัส ชุดภูมิปัญญาไทย
หนังสือสัมผัส ชุดภูมิปัญญาไทย

ประเพณีไทย
ประเพณีไทย

 

 

HOME | NEWS | FUN | GAMES | PARENTING | SHOPPING | ADVERTISE
Copyright and disclaimer 1999-2009, Kids Square Co.,Ltd. Tel.+66(0)2237-7755
Best view with Internet Explorer 8.0 Any suggestion click here

เว็บไซต์ www.kidsquare.com ของบริษัท คิดส์สแควร์ จำกัด
ซึ่งเป็นผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ได้ดำเนินการจดทะเบียนพาณิชย์ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
กระทรวงพาณิชย์แล้ว เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2546 ทะเบียนเลขที่ 7100403001240