|
เมื่อเจ้าตัวเล็กของแม่ฝันร้าย แม่มักจะถูกปลุกขึ้นมากลางดึกด้วยเสียงโยเย
ของเจ้าตัวน้อย เราจะมีวิธีการจัดการกับเรื่องนี้อย่างไรบ้าง ต่อไปนี้คือวิธีการที่จะทำให้น้องหนูหลับฝันดีค่ะ
บอกเขาว่าฝันร้ายมันเป็นเพียงแค่ฝันและไม่มีทางจะเป็นจริงได้ ไม่ต้องตกใจ
กอดเขา และอาจให้เขาดื่มน้ำหรือนมอุ่นๆสักแก้ว
เปิดไฟทิ้งไว้ในห้องถ้าลูกต้องการ
ในตอนกลางคืน
ไม่จำเป็นต้องพูดถึงความฝันที่ผ่านมาให้มากนัก
เช้าวันต่อมาลองให้ลูกวาดภาพความฝันให้คุณดู
ไม่ต้องพยายามวิเคราะห์ความฝันให้ลูกฟัง
เพราะจะยิ่งทำให้เขาเกิด
ความสับสนได้ค่ะ
นอกจากนี้ก็มีวิธีการที่น่าสนใจลองนำไปปฎิบัติดูได้นะคะ
สำหรับลูกน้อยของคุณแล้ว ฝันร้ายเป็นสิ่งที่น่ากลัว เราต้องทำให้เขารู้ว่าเขาไม่ได้อยู่โดยลำพัง
และยังมีเด็กๆอีกมากมาย ที่ฝันร้าย พยายามกระตุ้นให้ลูกของคุณอธิบายความรู้สึกออกมาว่ากลัวอะไร
และให้เขาเล่าฝันร้ายให้คุณฟัง ให้ความมั่นใจกับเขาว่าคุณจะช่วยเขาต่อสู้กับปัญหานี้
กำหนดกิจกรรมขึ้นมาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ โดยใช้ทั้งทักษะ
ทางกายและทางใจ ตัวอย่างเช่น เราอาจจะแต่งนิทานขึ้นมา ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เด็กๆต่อสู้กับฝันร้ายและเอาชนะได้ในที่สุด
ตั้งเป้าหมายของกิจกรรมขึ้นมาโดยให้ลูกบอกกับตัวเองว่า จะต้องเอาชนะฝันร้าย
และทำให้ฝันร้ายกลายเป็นดี
ฝันร้ายของเด็กมักเกิดจากความวิตกกังวลใจ เป็นสัญญาณที่
แสดงให้เห็นว่า เด็กๆหมกมุ่นกับสิ่งเหล่านั้น ยิ่งวัยไหนที่เด็กๆวุ่นวายทั้งวัน
ก็ยิ่งมีแนวโน้มว่าจะฝันร้ายมากขึ้น ทั้งคุณและลูกของคุณอาจจะทราบหรือไม่ทราบสาเหตุของการฝันร้ายก็ได้
แต่ตัวเด็กๆเองจะเป็นคนแก้ไขปัญหานี้ได้ดีที่สุด
คุณและเจ้าตัวน้อยอาจจะช่วยกันแต่งนิทานเกี่ยวกับฝันร้ายของลูก และหาทางกำจัดมันซะ
ในนิทานจะบอกถึงวิธีการเผชิญหน้าและกำจัดเจ้าสิ่งที่น่ากลัวเหล่านั้นออกไป
วิธีการนี้จะช่วยลดความกลัวของเด็กๆได้อย่างอัตโนมัติโดยการบอกให้เด็กๆรู้ว่า
เขาสามารถจะเอาชนะเจ้าตัวฝันร้ายได้ เมื่อเขารู้สึกกลัว กิจกรรมนี้จะช่วยเปลี่ยนฝันร้ายให้กลายเป็นดีได้
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมในการทำหนังสือนิทานคือ กระดาษ ดินสอ สี กระดาษแข็ง
ขั้นแรกจะต้องอธิบายกิจกรรมนี้ให้เด็กๆฟังว่าคุณจะช่วยแก้ปัญหาฝันร้ายให้กับ
เขาได้อย่างไร ขั้นต่อมาพยายามกระตุ้นให้เด็กๆอธิบายภาพความฝันของตนเอง และลองเลือกฝันร้ายสักหนึ่งความฝันมาแต่งเป็นนิทาน
โดยเริ่มแรกให้เขาลองวาดภาพตัวเองว่าแต่ละวันทำกิจกรรมอะไรบ้าง ซึ่งอาจทำให้คุณทราบสาเหตุที่ลูกคุณฝันร้ายได้
ต่อจากนั้นก็ให้เด็กๆลองวาดภาพความฝันออกมาให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะวาดได้
การทำกิจกรรมนี้ซ้ำๆกันจะช่วยลดความหวาดกลัว และช่วยให้เด็กๆสามารถควบคุมความรู้สึกของตนเอง
และรู้สึกว่าตัวเองสามารถเอาชนะฝันร้ายได้ ในตอนท้ายของนิทานจะแสดงให้เห็นว่าเด็กๆสามารถพิชิตฝันร้ายได้
และเปลี่ยนฝันร้ายให้กลายเป็นดี โดยให้เด็กเป็นคนคิดตอนจบเอง ซึ่งจะช่วยให้เด็กๆมีความกล้ามากขึ้น
ถ้าเด็กๆเขียนตอนจบไปในทางที่ไม่ดีก็บอกให้เขาลองเปลี่ยนเรื่องใหม่ดุ
ทีนี้คุณก็จะมีหนังสือสำหรับเด็กๆไว้อ่านก่อนนอนแล้ว
ซึ่งนิทานนี้ก็จะช่วยให้เด็กๆกล้าเผชิญหน้ากับความกลัวและแก้ปัญหาได้
ถ้าฝันร้ายของเด็กๆยังไม่หายไป ลองให้เด็กๆเขียนเรื่องใหม่ๆดู นิทานที่จบแบบแฮปปี้เอนดิ้งจะช่วยให้เขาดีขึ้นได้
แต่สิ่งที่สำคัญในการแก้ไขปัญหานี้ก็คือ พ่อกับแม่จะต้องไม่ละเลยและ
ทอดทิ้งเด็กๆ เพราะฝันร้ายเป็นสิ่งที่น่ากลัวและยากที่เด็กๆจะจัดการกับมันได้โดยลำพัง
ดังนั้นคุณต้องเอาใจใส่กิจกรรมนี้เป็นอย่างยิ่ง เพื่อลูกของคุณจะได้ไม่ฝันร้ายอีกต่อไป..
|