|

เพราะวัยทารกเป็นระยะแรกของชีวิต ที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วกว่าทุกกลุ่มอายุ
ทั้งทางด้านร่างกายและสมอง โดยทั่วไปน้ำหนักเด็กอายุ 5 เดือนจะเพิ่มขึ้นเป็น
2 เท่าของน้ำหนักแรกคลอดหรือประมาณ 3 กิโลกรัม และจะเพิ่ม เป็น 3 เท่า เมื่ออายุครบ
1 ปี หรือประมาณ 6 กิโลกรัม
เด็กอายุที่ต่ำกว่า 4 เดือน
ควรได้รับน้ำนมแม่เพียงอย่างเดียว ไม่จำเป็นจะต้องได้อาหารเสริมในช่วงนี้เพราะในน้ำนมแม่
มีสารอาหารครบถ้วนทั้งโปรตีน วิตามิน ไขมัน แร่ธาตุต่างๆนอกจากนี้ยังมีคอลอสตรัม
หรือหัวน้ำนมในช่วงแรกหลังคลอด
ในระยะที่ลูกมีอายุตั้งแต่ 3-4 เดือนขึ้นไป
การทำงานของทางเดินอาหารรวมทั้งน้ำย่อยต่างๆ
จะพัฒนามากขึ้นตามอายุ เพื่อให้สามารถย่อยอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต โปรตีน
ไขมัน และสามารถนำสารอาหารเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ในร่างกายให้มากที่สุด
อาหารของทารกวัย 4 เดือนขึ้นไป คือนมแม่ ข้าวบดไข่แดงต้มสุกผสมน้ำแกงจืดวันละ
1 ครั้ง แล้วกินนมแม่ตามจนอิ่ม
อาหารของทารกวัย 5 เดือน
นมแม่ เพิ่มข้าวบดเนื้อปลาสุกสลับกับไข่แดงต้มสุก
ผสมน้ำแกงจืดวันละ 1 ครั้ง แล้วกินนมแม่ตามจนอิ่ม
อายุครบ 6 เดือน
กินนมแม่ ข้าวบดเนื้อปลาสุกหรือไข่แดงต้มสุก
ผสมน้ำแกงจืด โดยเพิ่มผักสุกบดด้วยกันทุกครั้งเป็นอาหารแทนนมแม่ 1 มื้อ มีผลไม้สุกนิ่มๆ
เช่น มะละกอสุก เป็นอาหารว่าง 1 มื้อ
เมื่ออายุครบ 7 เดือน
นอกจากกินนมแม่แล้ว ต้องเพิ่มเนื้อสัตว์สุกบดชนิดอื่นๆ
เช่น ไก่ หมู และตับสัตว์สุกบด หรือทั้งไข่แดงและไข่ขาวต้มสุกบดในข้าวและผักบด
สลับกับอาหารที่เคยให้เมื่ออายุครบ 6 เดือน มีผลไม้ เป็นอาหารว่าง
อายุ 8-9 เดือน
กินอาหารเช่นเดียวกับเด็กอายุ 7 เดือน แต่บดให้หยาบและเพิ่มปริมาณมากขึ้นเป็นอาหารหลักแทนนมแม่ได้
2 มื้อ มีผลไม้เป็นอาหารว่าง 1 มื้อ
อายุครบ 10-12 เดือน
กินอาหารเช่นเดียวกับอายุ 8-9 เดือน แต่เพิ่มปริมาณให้มากขึ้น
เป็นอาหารหลักแทนนมแม่ได้ 3 มื้อ มีผลไม้เป็นอาหารว่าง 1 มื้อ
คุณแม่อาจจะสงสัยทำไมถึงต้องเริ่มให้อาหาร เมื่อเด็กอายุ 4 เดือน เป็นเพราะลูกยังไม่คุ้นกับอาหารใหม่
ในระยะ 4-5 เดือน อาจกินได้ไม่เต็มที่ จึงควรให้เด็กกินนมแม่อย่างต่อเนื่อง
ช่วงระยะ6 เดือน -1 ปี ซึ่งเรียกระยะหย่านม
คุณแม่อาจเข้าใจผิดคิดว่าให้อดนมแต่ความเป็นจริงแล้ว เป็นเพียงเปลี่ยนให้กินนมเป็นอาหารเสริมแทนที่จะเป็นอาหารหลัก
คุณแม่จึงควรเอาใจใส่อาหารทารกตามวัยในระยะนี้ให้มากค่ะ

|