|


ห้องรวม
ชมรมพ่อแม่
งาน
ความงาม
เปิดท้ายขายของ

เกมของเรา
รวมเกมให้เล่น

IQ
Test
E-
card
มุมสัตว์เลี้ยง
E-
for Fun
นักประดิษฐ์
นักทดลอง
นักสะสม
นักเขียน
เข้าครัว
เทศกาล
นิทานออนไลน์
นิทานเริงใจ

คุณแม่ตั้งครรภ์
ดูแลลูก
เล่นกับลูก
พัฒนาการเด็ก
เข้าใจวัยรุ่น
ปรึกษาคุณหมอ
Gifted
Child
มุมสบายของคุณแม่
ชื่ออะไรดี??
รวมลิ้งค์



|
 |
7. เสียงวรรณยุกต์
เป็นข้อกำหนดเฉพาะในการแต่งกลอน ได้แก่ เสียงวรรณยุกต์ของคำสุดท้ายในแต่ละวรรคของกลอน
เพื่อทำให้บทกลอน นั้นมีความไพเราะ ไม่ขัดหู ทำให้เกิดเสียงสูง เสียงต่ำที่แตกต่างกันค่ะ
แต่มีข้อกำหนดการใช้เสียงคำท้ายวรรคเพื่อให้เกิดความไพเราะ และถูกต้องตามฉันทลักษณ์ดังนี้ค่ะ
วรรคที่ 1 (วรรคสดับ)
ให้ใช้ได้ทั้งเสียงสามัญ เอก โท ตรี และจัตวา แต่ไม่นิยมใช้เสียงสามัญ เพราะเสียงจะเรียบและเบาเกินไป
ทำให้ลีลาของกลอนขาดความกระชับค่ะ
วรรคที่ 2 (วรรครับ)
ให้ใช้เสียงเอก โท ได้ และที่นิยมใช้มากที่สุด คือ เสียงจัตวาค่ะ แต่ห้ามใช้เสียงสามัญและเสียงตรีนะคะ
วรรคที่ 3 (วรรครอง)
ให้ใช้เสียงสามัญหรือเสียงตรี แต่เสียงสามัญจะเหมาะที่สุดค่ะ และห้ามใช้เสียงเอก
โท และจัตวาค่ะ
วรรคที่ 4 (วรรคส่ง)
ให้ใช้เสียงสามัญหรือเสียงตรี แต่เรานิยมใช้เสียงสามัญมากที่สุดค่ะ และห้ามใช้เสียงเอก
โท และจัตวาค่ะ มาดูตัวอย่างกลอนที่แต่งได้ไพเราะและถูกต้องตามฉันทลักษณ์
กันหน่อยนะคะ
| เอนระนาบอาบน้ำค้างกลางแดดหนาว |
ทอดรวงยาวยอดระย้าราน้ำใส |
| ละลานรอบขอบฟ้าคราพลิ้วใบ |
เพียงพรมใหญ่ไหวระยาบทาบเปลวทอง |
8. คำนำ
คือ คำที่ใช้ขึ้นต้นสำหรับร้อยกรองบางประเภท เช่น กลอนดอกสร้อย ขึ้นต้นโดยใช้คำ
4 คำ คำที่ 1 ใช้ซ้ำกับคำที่ 3 คำที่ 2 ต้องใช้คำว่า เอ๋ย ส่วนคำที่ 4 ใช้คำอื่น
เช่น แมวเอ๋ยแมวเหมียว เด็กเอ๋ยเด็กน้อย เป็นต้น ส่วนกลอนสักวา จะขึ้นต้นโดยใช้คำว่า
สักวา เช่น สักวาหวานอื่นมีหมื่นแสน และกลอนบทละคร จะขึ้นต้นด้วยวลี เช่น
เมื่อนั้น ครานั้น บัดนั้น เป็นต้น โดยใช้ให้เหมาะสมกับสถานภาพของตัวละครค่ะ
เช่น พระมหากษัตริย์ หรือพญายักษ์ จะใช้ เมื่อนั้น แต่ถ้าเป็นพวกพลยักษ์
พลลิง จะใช้ บัดนั้นค่ะ
|
|